It’s Baby Boomers! ฤดูกาลใหม่ของเบบี้อินฟลูเอนเซอร์ตัวน้อย

โดย มาศ เกียรติเสริมสกุล

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะช่วงนั้นอากาศดีหรือไร ช่วงนี้เราๆถึงได้เห็นโมเม็นต์แสนงดงามกับการให้กำเนิดเบบี้อินฟลูเอนเซอร์ตัวน้อยของคุณแม่คนดัง ที่คลอดตามกันมาตั้งแต่ต้นปี วันนี้ KOL จึงถือฤกษ์ดีพาความสดใสของคุณหนูๆมาอวดกันค่ะ (เพื่อใครหลายคนอยากจะมีเบบี้เป็นของตัวเองบ้างเนอะ)

Chiara Ferragni

เริ่มต้นกับคุณแม่มือใหม่กันแบบสดๆร้อนๆ กับเจ้าแม่แฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์ระดับโลก Chiara Ferragni เจ้าของเพจ theblondesalad.com ที่เพิ่งให้กำเนิดลูกชายหน้าตาน่ารักน่าชังน้อง Leo ในวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา

Favorite person on earth, our little man 😍 #LeoncinoMio

A post shared by Chiara Ferragni (@chiaraferragni) on

ทำเอาแฟนคลับกระหน่ำให้หัวใจทะลุ 2 ล้านไลค์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรียกได้ว่าน้องลีโอมาแรงจริงๆ ค่ะซิส แล้วเราคงต้องคอยจับตาดูกันค่ะว่าคุณแม่ Chiara จะออกไลน์ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าเด็กส่งเข้าตลาดแฟชั่นหรือไม่ แต่ที่แน่ๆคุณแม่ Chiara เตรียมรองเท้าคู่ใจจาก converse ไว้ให้น้องลีโอเรียบร้อยแล้ว

Kylie Jenner

สำหรับเธอคนนี้ไม่พูดถึงคงไม่ได้ กับกลยุทธ์ตระกูลคาร์ดาเชี่ยนของคุณแม่สุดยอดเซเล็บ “ไคลี เจนเนอร์” ที่ไม่ว่านางจะหันไปทางไหนหยิบจับอะไรก็ดูปังไปซะทุกอย่างโดยเฉพาะ Kylie Cosmetics ของนาง เพียงเปิดขายไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็หมดเกลี้ยง

ซึ่งนี่ยังไม่รวมถึงการโพสต์คลิปประกาศการคลอดลูกของนาง ที่มาพร้อมสุดยอดฟุตเทจเก็บงำความลับทั้งหมดมาเป็นระยะเวลากว่า 9 เดือน แล้วก็เป็นไปตามคาดเพราะคลิปของไคลี่ครั้งนี้สามารถเรียกยอดวิวได้มากกว่า 83 ล้านครั้งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!!!! โอ้แม่เจ้า เริ่ดใช่ไหมล่ะ

Squad ❤

A post shared by Nott Visrut Rangsisingpipat (@nottvisrut) on

Chompoo Araya

ปิดท้ายด้วยคุณแม่ชมของเราชาว #TeamKOL กันบ้างดีกว่า ล่าสุดเมื่อวานนี้คุณแม่ชมกับคุณพ่อน็อตได้พาพี่พายุและพี่สายฟ้าออกงานอีเว้นท์โชว์ตัวครั้งแรก คุณคะเพียงแค่ครั้งแรกห้างเซ็นทรัลเอมบาสซี่ก็แทบแตก ถูกลายล้อมไปด้วยแฟนคลับคุณแม่ชมและทีมน้องสายฟ้าพายุ เชื่อได้เลยค่ะว่าในอนาคตพี่ๆทั้งสองมาแรงชัวร์ค่ะ

Celebrity kids are the next top models to watch

โดย ปฏิญญา เกี่ยวข้อง

ในยุคที่อินฟลูเอนเซอร์ หรือ KOL กลายเป็นที่ต้องการของบรรดาแบรนด์ต่างๆ การนำเสนอภาพให้ดูน่าสนใจตั้งแต่แว๊ปแรกที่เปิดตัว มีการกล่าวถึงแบบที่ไม่ต้องพยายามใช้เงินถมไปเรื่อยๆ แต่สื่อและคนส่วนใหญ่กลับให้ความสำคัญแบบไม่ต้องร้องขอ ทั้งยังได้กระแสในโลกออนไลน์ทันที แน่นอนว่า กลยุทธ์การใช้ลูกเซเลบริตี้ชื่อดังคงเป็นตัวเลือกที่ดีในยุคนี้ แต่ใครกันบ้างที่เรียกว่าน่าจับตามองในวงการแฟชั่น เรามีคำตอบให้กับคุณ…

Kaia Gerber

แม้จะอายุเพียง16 แต่เธอคนนี้นี่แหละที่ครองบัลลังก์ดาวเด่นแคทวอล์กแห่งปี ตั้งแต่ซีซั่นก่อนก็เรียกว่างานชุกแล้ว มาแฟชั่นวีคล่าสุดนี้ต้องบอกว่ากวาดเรียบแทบทุกโชว์ ให้สมกับการเป็นลูกสาวคนสวยของซุปเปอร์โมเดลอย่าง Cindy Crawford และ Rande Gerber(อดีตนายแบบ)นักธุรกิจ หลายคนต่างพูดว่าเธอคือแฝดลูกของซินดี้ เพราะหน้าตาเรียกว่าเหมือนกะแม่สมัยสาวๆเด๊ะ! ที่สำคัญไม่ใช่เพียงแค่เธอเท่านั้น แต่พี่ชายของเธอ Presley Gerber ก็เป็นนายแบบเช่นกัน(เอาสิ!) โดนPresley เริ่มต้นเบาๆกับแคมเปญของCalvin Klein และ Dolce and Gabbana ตลอดจนเดินแบบให้กับ Moschino, Ralph Lauren

Cordell Broadus

ลูกชายสุดเท่ของนักร้องระดับตำนาน Snoop Dogg แม้เขาจะไม่ได้เดินตามรอยพ่อในแวดวงดนตรี แต่เขาดูโดดเด่นและฉายแววในเส้นทางนายแบบแบบไร้ที่ติ โดยCordell ถ่ายแคมเปญให้กับ MCM และ Kenneth Cole ทั้งยังเดินแบบให้บรรดาท็อปแบรนด์มาแล้วมากมาย อาทิ Dolce and Gabbana ตลอดจน Philipp Plein

Lily-Rose Depp

เป็นส่วนผสมที่ดูลงตัวโดดเด่น หาใครจะเทียบเทียมในวงการไฮท์แฟ ถึงแม้เธอจะตัวเล็กไปนิดแต่ใครเลยจะแคร์ เพราะความสวยเก๋ที่ได้จากพ่อ นักแสดงระดับออสก้า Johny Depp และแม่คืออดีตซุปเปอร์โมเดลชื่อดัง Vanessa Paradis ลิลลี่เริ่มเป็นที่จับตามองของวงการแฟชั่น เพราะเธอคือนางแบบฟินาเล่ให้กับแบรนด์ชาแนล ในคอลเลกชั่นโอต์กูตูร์ SS2017 หลังจากนั้นก็มีแคมเปญน้ำหอม No.5 L’EAUตามมาติด แต่ที่แน่ๆเธอคืออินฟลูเอนเซอร์ในโลกโซเซียลที่มีผู้ติดตามกว่า3ล้านคน

Brooklyn และ Romeo Beckham

ลูกชายคนโตและคนกลางของครอบครัวเบคแฮม ไม่แปลกที่ทั้งคู่จะเป็นที่ต้องการของวงการแฟชั่น เพราะพ่อของเขาคือ อดีตนักฟุตบอลที่บรรดาสายแฟต่างยกให้ตำแหน่ง Sexiest Man Alive ให้กับเขา ในขณะที่แม่ก็คือวิตตอเรีย ดีไซเนอร์ที่มือฉมังในยุคนี้ โดยBrooklynเคยถ่ายขึ้นปกนิตยสารวัยรุ่นชื่อดัง ทั้งยังนั่งฟร้อนโรว์แถวเดียวกับแอนน วินทัวน์นะจ๊ะ ส่วนน้องชายที่คลานตามกันมาอย่าง Romeo ก็ใช่เล่น ฝากผลงานกับแบรนด์สัญชาติบริติช Burberry ในแคมเปญ “Fastive”

Gigi & Bella Hadid

พี่น้องซุปเปอร์โมเดล ลูกสาวของ Mohamed Hadid และ Yolanda Foster ถ้าจำไม่ผิดครั้งแรกที่คนทั้งโลกเห็นเธอทั้งสองคน น่าจะจากรายการ Mom’s Real Housewives of Beverly Hills ที่คุณแม่ของเธอออก หลังจากนั้นไม่นาน Gigi และ Bella ก็เริ่มงานโมเดลลิ่ง โดยเธอทั้งคู่ถ่ายปกให้นิตยาสารชื่อดังนับไม่ถ้วน ทั้งยังเดินแบบให้กับ Jeremy Scott, Marc Jacobs, Jean Paul Gaultier, Sonia Rykiel และChanel นี่ยังไม่นับผลงานที่เธอๆฝากไว้กับVictoria’s Secret Show อีกนะ แน่นอนทุกวันนี้เราเลิกนับผลงานเธอทั้งคู่ไปแล้ว เพราะเธอคือซุปเปอร์โมเดลในยุคนี้ที่ทุกแบรนด์ต้องการ

Kendall Jenner

ลูกสาวคนสวยของ Caitlyn (Bruce) และ Kris Jenner สมาชิกครอบครัวKardashain แค่กล่าวถึงนามสกุลเธอ ใครเลยจะปฏิเสธ เธอคือนางแบบที่ผ่านผลงานทั้งถ่ายปกนิตยสารระดับโลกมาแล้วทั้งหมด ทั้งยังเดินแบบให้กับแบรนด์ต่างๆแบบนับไม่ถ้วน(พอๆกับGigi) อาทิ Marc Jacobs, Victoria’s Secret, Givenchy, Chanel, Donna Karan, DVF, Dolce and Gabbana, Balmain และ Fendi แม้ซีซั่นล่าสุดเราจะไม่ได้เห็นเธอเดินแบบมากนัก แต่เราเชื่อว่าเซอร์ไพรส์อันใหม่ที่กำลังมา จะปังกว่าเดิม เชื่อเหอะ!

Jeden และ Willow Smith

ลูกสาวลูกชายสุดเลิฟของ Will Smith และJada Pinkett-Smith ทั้งคู่เริ่มจากผลงานการแสดงมาก่อน แล้วถึงต่อยอดมาโลดแล่นในแวดวงแฟชั่นแบบเก๋ๆ โดยที่ Jeden เป็น Face of Louis Vuitton ในขณะที่ Willow ก็ถ่ายแคมเปญ ให้กับ Marc Jacobs

Rafferty Law

หล่อได้พ่อมั่ก…มาก ด้วยใบหน้าที่มีเค้าโครงของพ่อ อย่าง Jude Law ผสานความละมุนของแม่ Sadie Frost ทำให้เขาก้าวเข้ามาวงการได้แบบสบายๆ เขาเปิดตัวครั้งแรกที่โชว์ DKNY Menswear และเราเชื่อว่าผลงานของเขาจะมีให้เราได้ชมเรื่อยๆแน่นอน

Georgia May Jagger

ลูกสาวของนักร้องร็อกเกอร์ในตำนานอย่าง Mick Jagger กับ อดีตนักแสดง-นางแบบ Jerry Hall เส้นทางในวงการนางแบบของเธอช่างง่ายดาย ด้วยใบหน้าไฮท์แฟชั่นที่มาพร้อมฟันคู่หน้าห่าง ผนวกเข้ากับส่วนสูงและรูปร่างอันพอดีเป๊ะ ทำให้เส้นทางในวงการแฟชั่นของเธอช่างลงตัว เธอฝากผลงานมากมาย อาทิ รันเวย์ของแบรนด์ดังๆต่าง อย่าง Chanel, H&M, Miu Miu, Versace และ Vivienne Westwood

 

Patrick Schwarzenegger

เราอาจจะได้ยินชื่อของเขามาก่อนในฐานะอดีตคู่เดทของ Miley Cyrus สมัยเรียน แต่เอาจริงๆเราว่านามสกุลของพ่อต่างหากล่ะ ที่ทำให้เราจำได้ทันที ใช่ๆเขาคือลูกชายสุดหล่อของ Arnold Schwarzenegger และ Maria Shriver นอกจากหน้าตาอันหล่อเหลา(กว่าพ่อ) รูปร่างของเขาก็จัดว่าเซ็กซี่ไม่เบาถึงแม้จะไม่ต้องกล้ามเป็นมัดๆแบบพ่อ แต่นาทีหุ่นแบบนี้สิที่เริ่ดกว่า ผลงานของเขาที่เราคุ้นตาคงเป็นแคมเปญแว่นตาของTom Ford คู่ Gigi ตลอดจน บิลบอร์ดแคมเปญ Hudson Jeans

5 ข้อควรรู้ใช้อินฟลูเอนเซอร์อย่างไรให้แคมเปญปังเปรี้ยง!

โดย มาศ เกียรติเสริมสกุล

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทรด์การตลาดสุดร้อนแรงของ พ.ศ นี้คงต้องยกให้การเติบโตของตลาดอินฟลูเอนเซอร์ จากผลการสำรวจของ The State of Influencer Marketing 2018 พบว่าหลายๆแบรนด์ต่างมุ่งหน้าเพิ่มงบประมาณมากถึง 39% สำหรับลงทุนทำแคมเปญกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ ไม่ว่าจะเป็น Macro-Influencer ตัวท็อปกับจำนวนผู้ติดตามระดับหลักล้านคนขึ้น หรือแม้กระทั่งผู้ทรงอิทธิพลหน้าใหม่ Micro-influencer ที่มีฐานผู้ติดตามประมาณ 100K ถึงแม้จำนวนจะน้อยแต่ก็เป็นที่น่าจับตามองเช่นกัน

แล้วสาเหตุอะไรทำไมแบรนด์ถึงอยากจับมือเป็นพันธมิตรกับอินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้?

เคยเป็นไหมคะดู YouTube อยู่ดีๆ ดันเจอคลิป Kylie Jenner ทาสีลิปสติกสีใหม่ เพียงไม่ถึง 30 วินาทีเราก็พร้อมจะมโนเห็นภาพหน้าเรากับริมฝีปากอวบอิ่มพร้อมลิปสีใหม่ของนาง แต่นี่ยังไม่พอ เปิด Netflix ดู Dynasty ดันเห็น Fallon นางใช้ Google Pixle แล้วอยากได้ตามนาง หากนี่ยังไม่แมสพอ สองสามวันนี้เราเห็น #แกแมสแล้วว่ะ กันว่อนฟีตสุดท้ายไม่วายต้องไปเปิดดู ads K Bank ซึ่งถามว่ารู้ไหมเป็นโฆษณา รู้! แต่ก็ดูค่ะซิส

มินต์ ชาลิดา แคมเปญ Your Every Day Runway จาก CPS

ที่เล่ามาทั้งหมด…คุณเข้าใจรึยัง?

หากยัง เราจะบอกว่าการใช้อินฟลูเอนเซอร์เพียง 3% สามารถเพิ่มการรับรู้และการเข้าถึงแบรนด์ของผู้บริโภคได้มากถึง 65%  และ 90% ของผู้บริโภคเชื่อมั่นในการแนะนำของอินฟลูเอนเซอร์ เอาเป็นว่าลองถึงภาพนะคะ ระหว่าง “คนใช้ผลิตภัณฑ์จริง” กับ “คอนเทนท์จากแบรนด์” คุณจะเชื่อใคร? นี่ล่ะคือสาเหตุทำไมอินฟลูเอนเซอร์จึงช่วยให้แคมเปญมีประสิทธิภาพมากขึ้นถึง 92%

แล้วจะเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์อย่างไรให้แบรนด์ดังเปรี้ยง?

1. สิ่งสำคัญก่อนที่คุณจะเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ต้องตอบคำถามให้ได้ก่อนว่า “ทำไมคุณต้องการใช้อินฟลูเอนเซอร์” เช่น ต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์ เพิ่มยอดขาย เพิ่มจำนวนผู้ติดตามแบรนด์ เป็นต้น แต่หากคุณยังไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ เราขอแนะนำอย่างจริงใจว่า “โปรดพับโปรเจคนี้ไปก่อน” เพราะนี่คือการกำหนดทิศทางว่ากลุ่มลูกค้าที่คุณต้องการเป็นแบบไหน? แล้วควรทำแคมเปญไปในทิศทางอะไร? และควรใช้แพลตฟอร์มไหนในการนำเสนอเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด (ซึ่งเราว่าข้อนี้สำคัญ)

2. หาอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมกับแคมเปญของคุณ และสร้างแฮชแท็ค ที่เหมาะสมกับทั้งแบรนด์และอินฟลูเอนเซอร์ นอกจากนี้ต้องจดจำง่ายฮิตติดปากด้วย

บอย ปิยะ กับแคมเปญ VOLVO Ocean Race 2018

3. อย่ามองข้าม Micro-influencers เด็ดขาด เพราะถึงแม้คนกลุ่มนี้จะมีอิทธิพลไม่มากเท่าดาราตัวเบ้ง แต่หากคุณอยากได้ผู้ติดตามหน้าใหม่ และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น อินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของแบรนด์ได้ดีทีเดียว

4. กำหนดโจทย์คอนเทนท์ และภาพรวมของแคมเปญ เพื่อให้อินฟลูเอนเซอร์และแบรนด์ไปในทิศทางเดียวกัน

5. สิ่งสุดท้ายที่คุณต้องรู้คือ “แบรนด์ควรเสนอความช่วยเหลืออะไรให้กับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์” เพื่อผลิตคอนเทนท์คุณภาพให้กับแบรนด์ เพราะนอกจากตัวผลิตภัณฑ์แล้ว บางครั้งการยื่นข้อเสนอหรือให้ความช่วยเหลือเรื่องการผลิตคอนเทนท์นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นไม่แพ้กัน เพื่อผลลัพธ์อันทรงประสิทธิภาพและการตอบรับสุดปังของแคมเปญ

กลยุทธ์ปลุกปั้น KOL ของครอบครัวตระกูล ‘คาร์เดเชียน’ และ ‘เจนเนอร์’

โดย ปฏิญญา เกี่ยวข้อง

เป็นครอบครัวที่ทำอะไรก็ดัง(ยิ่งฉาวยิ่งดัง) เคลื่อนตัวไปไหนก็ปัง แม้กระทั่งเรื่องพังๆก็ปังได้ ใช่สิ!เรากำลังพูดถึงครอบครัวที่โด่งดังที่สุดในตอนนี้ จากรายการทีวีเรียลลิตี้โชว์อย่าง “Keeping Up with the Kardashians”  ในปี 2007 ของตระกูล ‘คาร์เดเชียน’

เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็จุดกระแสสังคมให้พวกเขาได้กลายเป็นตระกูลดังของฮอลลีวู้ด ที่รับความสนใจจากทุกคนทั่วโลก แต่รู้มั้ยว่า เบื้องหลังการทำพีอาร์และมาร์เก็ตติ้ง ที่วางกลยุทธ์ให้ลูกๆขายได้ยกเซต รวมทั้ง(อดีต)สามีก็ขายได้เช่นกันนั้น เรากำลังพูดถึง Kris Jenner (คริส เจนเนอร์) นั่นเอง

#us @kimkardashian

A post shared by Kris Jenner (@krisjenner) on

@krisjenner / Followers: 19.1M

คริส เจนเนอร์ ผู้ครอบครองสองตระกูลคาร์ดาเชียนและเจนเนอร์ และเป็นคนปลุกปั้นให้สมาชิกในครอบครัวประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ บทบาทหน้าที่ทั้งคุณแม่และผู้จัดการของสมาชิกทุกคน ไม่ว่าใครจะทำอะไร ออกอีเว้นท์ไหน เซ็นสัญญาหรือออกโปรดักส์ไลน์ก็ต้องผ่านเธอคนนี้ทั้งหมด (แว่วว่าทุกงานของสมาชิกในครอบครัว คริสก็จะได้ส่วนแบ่ง 10% ) เราว่าเธอรวยสุดในครอบครัว

My girls for @calvinklein ❤ Our Family #MyCalvins #CalvinKlein #ProudMama

A post shared by Kris Jenner (@krisjenner) on

คริสเรียกได้ว่าเก่งด้านการพีอาร์และการตลาดมาแต่ไหนแต่ไร  เธอเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Jenner Communications ที่ดูแลรายได้ทุกส่วนของตระกูล โดยทุกวันนี้สมาชิกแต่ละคนจะมีผู้ช่วยและทีมงานเป็นของตัวเอง โดยมีคริสเป็นคนดูภาพรวมและเป็นคนดีลเรื่องการเซ็นสัญญากับโปรเจกต์ใหญ่ๆ

เช่น ทั้งงานพรีเซนเตอร์  งานคอสเมติกต่างๆที่ลูกสาวแต่ละคนผลิตออกมาวางจำหน่าย งานอีเว้นท์ งานสื่อออนไลน์ที่ติดต่อมาแบบไม่มีขาดสาย การต่อสัญญารายการ Keeping Up with the Kardashians หรือแม้การปล่อยข่าวลูกคนสุดท้อง “ไคลี เจนเนอร์” คลอดลูกก็ตาม (ตอนนี้ยอดวิวทะลุ 71.9 M เป็นที่เรียบร้อยแล้ว) เอาเป็นว่าทุกข่าวของครอบครัวนี้ขายได้แน่นอน ตำแหน่งผู้ปลุกปั้น KOL แห่งปีจะเป็นใครไม่ได้ถ้าไม่ใช่ชื่อ “คริส เจนเนอร์”

Influencer คืออะไร? ใครๆก็เป็นได้จริงหรอ?

โดย มาศ เกียรติเสริมสกุล

“อยากขายดี มีคนซื้อ เชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ โปรดใช้บริการอินฟลูเอนเซอร์” แต่คำถามคือ อินฟลูเอนเซอร์คือใคร? แล้วมีดีอะไร? ทำไมแบรนด์ต้องพึ่งอินฟลูเอนเซอร์? วันนี้เราจะมาตีแผ่เรื่องราวของพวกเขาเหล่านี้ให้คุณได้รู้กันค่ะ

เราเชื่อว่าสาวๆหลายคนอาจเคยได้อินสไปเรชั่นมาจากคุณแม่ “ชมพู่ อารยา” ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหัวผลไม้ที่เคยเป็นที่ฮอตอิตติดลมบน จนเห็นสาวๆใส่ตามกันทั้งเมือง หรือแม้กระทั่งกระแสรักสุขภาพหันมาออกกำลังกายตามนางแต่ไม่วายกดเสิร์ชดูชุดคอลเล็กเล็กชั่นล่าสุดที่นางใส่ และยังไม่หมดเพียงเท่านี้ อารยา เธอได้สร้างปรากฎการณ์อีกมากมายที่สาวๆหลายคนต้อง “ซื้อ” ตาม เช่น ลิปสติกเฉดสี Plum Mannequin 235 ของ L’Oreal ที่เธอแต่งเดินพรมแดง ชุดออกกำลังกายแบรนด์ Adidas นี่ยังไม่รวมถึงไอเดียติดแฮชแท็ก #สะดวกแบบนี้ ว่อนกันทั่วฟีตอินสตราแกรม นี่ล่ะคือความทรงอิทธิพลของ “ชมพู่ อารยา” หรือเอาแบบที่มองเห็นภาพกันง่ายๆ นางคือหนึ่งในสุดยอดอินฟลูเอนเซอร์ของ พ.ศ. นี้

จากตัวอย่างก่อนหน้านี้อาจช่วยเห็นคุณเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่แท้จริงแล้วอินฟลูเอนเซอร์คืออะไร? ใครๆก็เป็นกันได้จริงหรอ?

อินฟลูเอนเซอร์หรือที่แปลตรงตัวว่า “ผู้ทรงอิทธิพลบนโลกโซเชียล” และหากจะสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน เราขอบอกเลยว่าใช่! ใครๆก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นอินฟลูเอนเซอร์ได้ เพราะนาทีนี้หันไปทางไหนก็เจอแต่บล็อกเกอร์ ยูทูปเบอร์ อินสตราแกรมเมอร์ ซึ่งเขาเหล่านี้คือผู้ทรงอิทธิพลที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน เพียงแต่ขีดความสามารถในการเข้าถึงผู้บริโภคของแต่ละบุคคล รวมทั้งสกิลในการสื่อสาร สร้างการรับรู้แบรนด์ หรือแม้กระทั่งมีอิทธิพลโน้มน้าวใจให้กลุ่มเป้าหมายสามารถควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าตามที่อินฟลูเอนเซอร์เหล่านั้นเรคคอมเมนท์ได้แตกต่างกัน

Nala and White Coffee

แต่เราขอบอกก่อนว่า อินฟลูเอนเซอร์ หรือ KOL (Key Opinion Leaders) นั้นไม่ได้จำกัดอยู่ที่แวดวงดาราเท่านั้น เพราะอย่างแพทย์, ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และนักการเมืองอย่างท่านผู้นำคิม ก็ถือเป็นหนึ่งในอินฟลูเอนเซอร์ (แต่อาจจะต่างบทบาทกันไปสักนิด แต่เราเห็นแล้วว่า “คิม จองอึน” และ “โดนัลด์ ทรัมป์” ทั้งสองสามารถสร้างความอิมแพคกระเทือนทั่วโลกได้เช่นกัน) ยิ่งไปกว่านั้นน้องแมวน้องหมาก็เป็นอินฟลูเอนเซอร์ได้นะจ้ะ

ฮินฟลูเอนเซอร์มีกี่ประเภท? แล้วแบ่งกันยังไง?

เราสามารถแบ่งประเภทของอินฟลูเอนเซอร์ได้จาก เกณฑ์จำนวนผู้ติดตาม (Followers) และ ตามพลังความโน้มน้าวความคิด (Influencing Power)

Chiara Ferragni

Macro Influencer: อินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้ถือว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุด สามารถสร้างการรับรู้แบรนด์เข้าถึงตัวผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง โดยมีฐานผู้ติดตามที่จำนวน 1M – 1M+ ฟอลโลวเวอร์ขึ้นไป ซึ่งคนกลุ่มนี้อาจเป็นเซเลบริตี้ หรือผู้ที่มีชื่อเสียงในแวดวงสื่อยกตัวอย่างเช่น คุณแม่ชม 7.8 M Followers ซึ่งนี่ยังไม่นับรวมแฟนเพจต่างๆของเธออีกมากมาย, Chiara Ferragni เจ้าแม่แฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์ระดับโลกกับจำนวนผู้ติดตาม 11.7 M บนแพลตฟอร์มอินสตราแกรมของเธอ

Kiersten Rich

Mid Level Influencer: ผู้ทรงอิทธิพลระดับกลางมีฐานผู้ติดตามที่ 100K – 1M

Micro Influencer: ผู้ทรงอิทธิพลขนาดเล็ก มีฐานผู้ติดตามที่ 5K – 100 K ซึ่งส่วนตัวแล้วเราเชื่อว่าอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้กำลังเป็นที่ต้องการของแบรนด์ต่างๆอยู่มาก เพราะสามารถสร้างการรับรู้ได้ดีถึงแม้จะไม่ทรงอิทธิพลมากเท่าดาราตัวเบ้งก็ตาม แถมยังเข้าถึงตัวผู้บริโภคได้ง่ายและให้ความรู้สึกที่เป็นกันเอง

จากผลการวิจัยทางการตลาดบ่งชี้ว่า จากสถิติการใช้อินฟลูเอนเซอร์เพียงจำนวน 3% สามารถสร้างผลกระทบและการรับรู้บนโซเชียลมีเดียได้มากถึง 90% ยิ่งไปกว่านั้นการเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์สามารถสร้างผลตอบแทนให้กับแบรนด์ได้มากถึง 65% เลยทีเดียว!!! เราจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเทรนด์การใช้ Influencer Marketing ถึงมาแรงในปีนี้

จำเป็นไหม? ที่แฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์ต้องเป็น “คน” จริงเท่านั้น

โดย มาศ เกียรติเสริมสกุล

ลองพิจารณารูปเธอคนนี้ให้ดี เธอนี่ล่ะแฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์คนใหม่ที่โลกกำลังจับตามอง เธอคนนี้ใส่ Chanel ชอบ Prada และคลั่งใคล้ในแบรนด์ดังอย่าง Supreme เป็นที่สุด…แต่คุณแยกออกไหมว่าเธอต่างจากอินฟลูเอนเซอร์คนอื่นยังไง?

“Miquela Sousa” สาวน้อยวัย 19 ปี ลูกครึ่งสเปนิสบลาซิลเลี่ยน จากลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา มองเผินๆ Miquela เหมือนเด็กสาวทั่วๆไปที่รักแฟชั่น เป็นนักกิจกรรมตัวยง แต่ด้วยผู้ติดตามจำนวน 566K จากอินสตราแกรม เชื่อเถอะค่ะว่าสาวน้อยคนนี้นางไม่ธรรมดาจริงๆ ขนาด Pat McGrath เมคอัพอาร์ตติสชื่อดังยังต้องยกให้เธอเป็น Muse คนใหม่แห่งวงการแฟชั่นเลยทีเดียว

และความร้อนแรงของเธอไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้ Miquela มีผลงานมากมายไม่ว่าจะเป็นการออกเดบิวซิงเกิล “Not Mine” ผลงานการโปรดิวซ์ของเธอเอง ดังจนติดท็อป 8 ไวรัลซิงเกิลที่คนพูดถึงมากที่สุดบน Spotify ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้ นอกจากนี้นางยังเคยฝากผลงานแฟชั่นเซ็ตใน นิตยสาร paper magazine มาแล้ว

ไม่ใช่แค่กระแสการตอบรับอันล้นหลามจากแฟนๆเท่านั้นที่ส่งผลให้ Miquela เป็นผู้ทรงอิทธิพลคนใหม่ที่น่าจับตามอง แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือ “เธอไม่ใช่คน!” เธอคือ Fashion Virtual Influencer ที่มีตัวตนแค่เพียงบนโลกออนไลน์เท่านั้น ถึงแม้ว่าเราจะแอบเห็นนางกับเหล่าผองเพื่อนออกไปแฮงค์เอาท์ชิลล์ตามสถานที่ต่างๆก็ตาม! เรียกได้ว่าเป็นการปฎิวัติวงการอินฟลูเอนเซอร์เลยทีเดียว เพราะนี่อาจหมายถึงกระแสความนิยมที่ไม่จำเป็นต้องอิงกับตัวบุคคล ไม่จำเป็นต้องมีตัว (ตน) จริงเท่านั้น

YOU SHOULD BE ALONE available everywhere link in bio 🍒

A post shared by *~ MIQUELA ~* (@lilmiquela) on

แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกและอาจไม่แปลกอะไร เพราะก่อนหน้านี้ Virtual Brand อย่างวง Gorillaz ก็เคยได้รับกระแสความนิยมมาแล้ว หรือแม้กระทั่งดีไซน์เนอร์คนดังอย่าง  Marc Jacobs ยังเคยออกแบบเสื้อผ้าให้กับ Hatsune Miku Virtual Singer ผู้เคยคอลลาเบอเรชั่นกับ Lady Gaga และ Pharrell Williams มาแล้ว

ซึ่งนี่อาจเป็นการตอกย้ำว่า “จำเป็นมั้ย? ที่อินฟลูเอนเซอร์ต้องเป็นคนจริงเท่านั้น” แล้วคุณล่ะ คิดเห็นว่าอย่างไร?

Balenciaga กับไอเดียโฆษณาแคมเปญเซเล็บโชว์กระเป๋าวิ่งหนีสื่อ

โดย มาศ เกียรติเสริมสกุล

แอบโชว์เธออยู่นะจ้ะ เธอไม่รู้บ้างเลย!

ช่วงนี้อะไรๆ ก็ดูเหมือนว่า inspiration จากเหล่าอินฟลูอินเซอร์และเซเลบริตี้กำลังเป็นที่นิยมแบบสุดๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง Balenciaga ก็ไม่พลาดหยิบเอาไอเดียสุดเก๋ แรงบันดาลใจจากท่าชูกระเป๋าปิดหน้าวิ่งหนีปาปารัสซีของ
เหล่าเซเลบริตี้มาเป็นคอนเซ็ปส์แคมเปญโฆษณากระเป๋าคอลเล็กชั่นล่าสุด Sping Summer 2018

ซึ่งเราบอกได้คำเดียวว่าปังสุดๆ เพราะนอกจากความครีเอทและการหยิบยกนำเรื่องใกล้ตัวมาดัดแปลงเป็นคอนเซ็ปส์โฆษณา
เก๋ไก๋แล้ว แนวคิดนี้ยังสร้างความอิมแพค ดึงดูดความสนใจจากเหล่าลูกค้าได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นดีไซด์เนอร์คนดัง หรือแม้กระทั่ง “เต๋อ นวพล” ผู้กำกับสุดอาร์ตยังต้องรีโพสต์ให้เห็นเต็มฟีด

ยิ่งไปกว่านั้นเนื้อหาคอนเทนท์สนุก touching เข้าใจง่าย สื่อสารได้อย่างตรงจุด ซึ่งนี่ล่ะเราว่าเวิร์ค และเตรียมจับตาดูได้เลย ปีนี้เราจะได้เห็นเทรนด์โฆษณาแคมเปญที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวิถีเซเล็บอีกเยอะแน่นอน!

The Face of Brand และการคอลลาบอเรชั่นกับเหล่า Influencer ตัวท็อป

By Mas Kiatsermsakul

ช่วงนี้หันไปทางไหนก็เจอแต่งานคอลลาบอเรชั่นระหว่างแบรนด์แฟชั่นชื่อดังกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ ไม่ว่าจะเป็น  #itGIRLS ซุปเปอร์โมเดลแถวหน้าของวงการ รวมทั้งการจับมือกับเหล่าคนดังประกาศตัวเป็น KOL (Key Opinion Leaders)  หรือแม้กระทั่งการใช้กลยุทธ์ “The New Face of Brand”  ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทรนด์นี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ฟู่ฟ่าสุดๆ ถือเป็น The Era of Influencers กันเลยทีเดียว  และนี่เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ตอกย้ำความแรงแบบฉุดไม่อยู่ของตลาดอินฟลูเอนเซอร์ในปี 2018 นี้

เราจึงไม่สงสัยเลยว่า ทำไมหลายๆแบรนด์ถึงเลือกทำงานกับเหล่าแฟชั่นอินฟลูอินเซอร์ ไม่ว่าจะเป็นเซเลบริตี้ตัวแม่ของวงการอย่าง คุณแม่ชมพู่อารยา ไปจนถึง #itGIRLS อย่าง Kendall Jenner เพราะพวกเธอเหล่านี้สามารถสร้างกระแสความฮือฮาบนโลกโซเชียลได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการเรียกไลค์ เรียกแชร์จากสาวกของพวกเธอ รวมทั้งสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้างได้อย่างดีเยี่ยม และถ้าให้เราฟันเป็นตัวเลขก็อยู่ที่ประมาณ 31.75 ล้าน reach แบบเบาๆ (อ้างอิงจาก Forbes)  วันนี้เราได้รวบรวมเอาโปรเจ็คคอลลาบอเรชั่นล่าสุด และ “The Face of Brand” ที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ

Kaia Gerber x Karl Lagerfeld

ดูเหมือนว่าการคอลลาเบอเรชั่นระหว่าง #itGIRLS และแบรนด์ดังกำลังเป็นเทรนด์มาแรงสำหรับปีนี้ ล่าสุด  Karl Lagerfeld  ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ของ Chanel จับมือทำโปรเจคคอลลาบอเรชั่นกับอิสเกิร์ลสุดฮอตแห่งปี Kaia Gerber ซุปเปอร์โมเดลวัย 16 ปี ลูกสาวสุดที่รักของคุณแม่ Cindy Crawford ซุปเปอร์โมเดลจากยุค 90s คลอดแคปซูลคอลเล็กชั่น Ready-to-wear สุดเอ็กคลูซีฟ เป็นการผสมผสานความคูลแบบสาวแคลิฟอร์เนีย และความ Sophisticate สไตล์ปารีเชียงเกิร์ลเข้าไว้ด้วยกัน ใครเป็นสาวก Kaia Gerber คงต้องอดใจรอสักนิดเพราะคอลเล็กชั่นนี้จะปล่อยให้สาวๆได้ช้อปกันเดือนกันยายนนี้

Kendall Jenner The New Face of TOD’s

ร้อนแรงไม่แพ้กันกับการเปิดตัว The New Face of Brand สำหรับแคมเปญ Spring Summer 2018 คนล่าสุดของ TOD’s แบรนด์กระเป๋า
ระดับไฮเอนท์จากอิตาลี ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น Kendall Jenner ซุปเปอร์โมเดล นางฟ้าวิคตอเรียซีเคร็ต และเซเลบริตี้ระดับ A-list ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าหลายแบรนด์ดังอยากร่วมงานกับเธอทั้งนั้น เพราะนอกจากความสวยเริ่ดของนางแล้ว เคนดัลนางคือสุดยอดความแม็กเน็ต ทั้งยังมีอิธิพลต่อสาวๆนักช้อปเป็นอย่างมาก รับรองได้ว่าคอลเล็กชั่นนี้ต้องเป็นที่นิยมชัวร์ๆ ดิฉันคอนเฟิร์ม

Burberry x Kris Wu

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสุดยอดงานแฟชั่นคอลลาบอเรชั่นของปีที่ผ่านมาก็ว่าได้ กับคอลเล็กชั่น Burberry x Kris Wu ผลงานการออกแบบของ Kris Wu สมาชิกวง EXO ส่วนตัวแล้วแค่เพียงได้ยินชื่อดิฉันก็พร้อมเปย์อยากได้คอลเล็กชั่นนี้ไว้ในครอบครอง เพราะนอกจากดีไซน์อันเก๋ไก๋ แฝงไปด้วยสไตล์สุดฮิปของอปป้า Kris Wu แล้ว ครั้งนี้คุณพี่คริส นางลงมือออกแบบเองด้วยค่ะ เอาเป็นว่าด้วยขนาดฐานแฟนคลับอันใหญ่บึ้มมหึมา ไม่ต้องเดาก็รู้ว่า Sould out ฮิตฮอตติดอันดับ Must have item อย่างแน่นอน

ซึ่งทั้งหมดนี้ยังไม่รวมโปรเจคคอลลาเบอเรชั่นอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น Gigi Hadid x Maybelline, Gigi Hadid x Tommy Hilfiger, Selena Gomes x COACH, Victoria Beckham x Target และ Adidas x Pharrell เป็นต้น เห็นไหมละคะว่าพลัง
ของอินฟลูเอนเซอร์นี่สุดยอดจริงๆ และเชื่อเถอะค่ะว่าปีนี้เทรนด์ KOL มาแรงจริง อะไรจริงค่ะคุณ